โดยปกติแล้วเราเรียนที่เชียงรายซึ่งหนาวพอตัวแต่เรากำลังจะไปที่ที่หนวากว่า 55555 ทริปนี้เริ่มจากรูมเมทเราบอกว่ามีเพื่อนขายตั๋วเครื่องบินไปกลับเกาหลี2ที่นั่ง
สายการบิน Thai AirAsia X บินตรง ดอนเมือง-อินชอน วันที่ 14-22 ม.ค. 2015 (ปิดเทอม)
ราคา15,000บาท เลยให้รูมเมทถามรายละเอียดจากเพื่อน สรุปได้ว่าราคานี้รวมค่าน้ำหนัก
สำภาระโหลดใต้เครื่องทั้งไปละกลับขาละ 20 กิโลกรัม พร้อมเลือกที่นั่งไว้เรียบร้อย
แต่เราต้องเสียค่าเปลี่ยนชื่อคนละ 2,000 บาท ซึ่งตอนนั้น เราเคยคิดว่าตอนเรียนจบจะไป
เกาหลีสักสิบวันอยู่แล้ว พอเห็นราคาแล้วแบบดีใจก็เลยเริ่มหาเพื่อนร่วมทริปมันเดี๋ยวนั้นเลย
คือโทรหาทั้งน้ำและจิ๊บผู้เคยร่วมผจญภัยในทริปครั้งก่อน และเราก็ได้น้ำมาเป็นเพื่อนร่วมทริป
ก็เลยทำการจองกับเพื่อนไปเลยตอนนั้นคือตัดสินใจเองโดยไม่ได้บอกแม่ แต่เราบอกตอนสอบ-
เสร็จนะ 55555 สรุปราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับสำหรับทริปนี้ คนละ 9,500 บาทถ้วน ซึ่งถือว่าถูกมาก
ต่อมาเรากับเพื่อนร่วมทริปปก็มาหาที่พักคือเลือกไว้หลายที่มากสุดท้าย
มาลงเอยที่ Beewon Guesthouse เพราะว่าเราต้องจอง 8 คืน เลยหาที่ที่ถูกและเซฟเงินมากที่สุด
ห้องที่จองเป็นแบบหอ(Dormitory) คือเป็นห้องน้ำรวมซึ่งสำหรับเด็กที่เคยอยู่หอในอย่าง
พวกเราอยู่ได้สบาย ตอนแรกที่จองคือนึกว่าต้องนอนห้องละ 4 คน เลยกังวลเรื่องของนิดหน่อย
แต่พอไปถึงเราได้อยู่ห้องแบบ2คน คือเรากับเพื่อนเป็นห้องเล็กเตียงสองชั้นมี wifi ในห้อง
เป็นของตัวเอง มีทีวี ไดร์เป่าผม คือมีครบทุกอย่างจริงๆ 55+ สรุปปราคาที่พักต่อคนราคา 4080 บาท ตกคนละ 510 บาทต่อคืน
เราออกจากสนามบินดอนเมืองเวลา 08:05 flight XJ700
ถึงสนามบินอินชอนประมาณ 15:00 ซึ่งถึงก่อนกำหนดตามตารางบิน
(เวลาที่เกาหลีเร็วกว่าที่ไทยสองชั่วโมงจ้า)
พอถึงอินชอนปุ๊บสำหรับคนที่ไปครั้งแรกไม่ต้องกังวลคือสนามบินบ้านเค้าใหญ่-
มากคุณแค่เดินตามเขาไปค่ะ 55555555 จนกว่าจะถึงช่องตม.ให้ดูช่องสำหรับคนต่างชาตินะ
เดินไปต่อแถวตรงนั้นแหละค่ะ สำหรับเรื่องตม.ก็ไม่มีอะไรมากไม่เคยคุยกันเลยคือตรวจกับประตับตราตามปกติตอน สแกนนิ้วมีภาษาไทยบอกสบายๆค่า
ต่อมามารับกระเป๋าเสร็จแล้วเราก็ต้องไปเติมบัตร T-Money กันที่ร้าน GS25สำหรับ-
คนที่ยังไม่มีซื้อที่ร้านเลยก็ได้ค่ะ เราไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงหน้าร้านเลยไหมราคาประมาณ 3,000 วอน(ราวๆ90บาทไทย)
ถามพนังงานได้ค่ะเสร็จแล้วก็เติเงินได้เลย ยื่นเงินตามจำนวนที่เราต้องการเติมได้เลยค่ะเพื่อ-
ความสะดวก ของเราเติม 50,000 วอน บัตร T-Money ใช้จ่ายค่า subway, bus, airport bus,
หรือใช้จ่ายแทนเงินสดตามร้านที่มีสัญลักษณ์ T-Money ได้เลยค่ะ ร้าน GS25 ที่เราเติมคือที่-
สนามบินอินชอนออกจากเกทมาแล้วเลี้ยวขวามองหาร้านนี้โลด ไม่น่ใจว่าร้านสะดวกซื้อร้านอื่นเติมได้ไหมยังไม่เคยลอง แต่คิดว่าร้านที่มีสัญลักษณ์น่าจะได้ 555555
อันนี้บัตร T-Moneyของเรา คือสังเกตสัญลักษณ์มุมซ้ายล่างนะ
เพราะบัตรลายไม่เหมือนกันแถมยังมีหลายรูปแบบด้วย 5555
ต่อไปเราจะไปที่พักกัน เฮ้ คือเราเดินทางโดย subway ธรรมดานะ ไม่ใช่แบบเร็ว
ใช้เวลาไปโซลประมาณชั่วโมงกว่าๆไปลงที่สถานี Seoul station ซึ่งเป็นศูนย์กลางสามารถ
เปลี่ยนไปยัง subway สายต่างๆได้เดี๋ยวเราจะมาดูแผนผัง subway ในโซลกันซับซ้อนหน่อย
เห็นแล้วอย่าเพิ่งตกใจนะขอเพียงมีสติ 55555 ตามหนังสือท่องเที่ยวหรือว่าคนที่รีวิวสถานที่
ต่างๆเขาจะบอกอยู่แล้วว่าสถานที่นี้ใช้สายไหนลงสถานีไหนทางออกอะไร เราจะไม่รีวิวตรงนี้
เพราะว่ามันจะไปซ้ำกับคนอื่นเขาเราแนะนำที่รีวิวในพันทิปนะคือช่วยได้เยอะมากจริงๆ
เราก็ดูในนั้นกับในหนังสือของเพื่อนคือมันก็มีหลงบ้างแต่ไม่ได้หลงแบบยิ่งใหญ่มันแค่แบบขำๆ
คือเราจะรีวิวแบบอินดี้ๆอ่ะนะเพราะมีคนถามว่าเฮ้ยทำไมไปแต่ที่แปลกๆไม่เหมือนคนอื่น
อะไรแบบนี้ 555555

Beewon guesthouse อยู่ในแถบที่ใกล้พวกพระราชวังมาก เราเพิ่งมารู้ที่หลังว่าสามารถ
เดินไปเที่ยวได้หลายที่ แต่ที่พวกนั้นเราขึ้น subway ตลอดเลย แต่ดีตรงที่ว่าสถานีใกล้ๆกันจะ
ไม่เสียเงินมันดีตรงนี้ 555555 คือสามารถเดินทางได้หลายวิธใกล้ subway สถานี Anguk exit 3
และ Jongno3(Sam)-ga exit 7 (ประมาณ 3500 วอน หรือว่าจะขึ้น Airport bus 6011 จากสนามบิน
มาลงที่ป้าย Changdeok Palace (10,000 วอน) ขาไปเราใช้ subway ส่วนขากลับของเยอะเลย
ไปด้วย Airport bus
.jpg)
รูปห้องเราไม่ได้ถ่ายไว้เลยอันนี้จากของเพื่อนผู้ร่วมทริป อิอิ
พอเก็บของที่พักเรียบร้อยแล้วเราก็ไปมยองดงยาวเลยไปซื้อของมาแบบจัดเต็มตามออเดอร์
ที่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆสั่งเลยไม่มีเวลาถ่ายรูป เลยมีรูปอาหารมื้อมาฝากคือต๊อกจากร้านป้าที่ใต้ดิน
มยองดงตรงใกล้ๆทางออกสองรอบที่แล้วไปเดินกลับหอผ่านทุกวันกลิ่นห๊อมหอมตอนนี้ได้
อุดหนุนป้าแล้วค่าเสียหายมือนี้ 5000 วอนมั้งจำไม่ได้นานแล้ว 555555
DAY 2
วันนี้เที่ยวใกล้ๆหอสบายๆต่อด้วยมยองดง ไปมันทุกวันมยองดงนี่พอดีเวลามันเหลือ
55555 เริ่มจากใกล้สุดเลยคือ Changdeok Palace เดินไปสามนาทีก็ถึงแล้วค่า แต่คือมันเสีย-
ค่าเข้าชม เราจะไม่เข้าแค่มองห่างๆอย่างห่วงๆทริปนี้คือทริปประหยัดค่าเข้าชมเก็บบรรยากาศ
รอบนอกก็โอเคแล้ว 555555
ต่อไปก็เดินเลียบชางด็อกกุงไปเรื่อยๆคือถ้าหันหน้าเข้าชางด็อกกุงแล้วเดินเลียบไปทางซ้าย
เพื่อไป Bukchon hanok village คือเดินไปจนเจอสี่แยกแล้วขวามือเป็น dunkin donuts
มองไปข้างหน้าจะเห็นร้านไอติม baskin robbins เล็กๆคือเดินเลียบ baskin robbins ไปเรื่อยๆ
ถ้ากลัวผิดลองมองด้านหน้ามันจะเห็นทางแบบเนินเขาหน่อยทางเข้าหมู่บ้านจะอยู่ซ้ายมือ-
ของเรามีป้ายบอกตลอดทางเลย อย่าหลงเหมือนเรานะ <3



พอเดินชมหมู่บ้านเสร็จเราก็ไปต่อกันที่อินซาดง คือส่วนใหญ่ย่านนี้จะออกแนวศิลปะหน่อยๆโดยรวมโอเคเลยล่ะ
พอดีแถวๆนี้มีวัดเราเห็นว่าเพิ่งผ่านปีใหม่มาไม่นานแวะวัดกันซะหน่อยวัดนี้ชื่อว่า วัดโชเกซา
ไปวัดแล้วแล้วก็ไปต่อกันนี้อนุสาวรีย์พระเจ้าเซจง-อนุสาวรีย์แม่ทัพลีซุนซิน
Gwanghwamun ,Gyeongbokgung palace และคลองชองกเยชอน
และสุดท้ายของวันนี้มยองดงที่เดิมค่า 5555 แวะมาหลบหนาวที่ Mom house หลังจาก
เดินกันมาทั้งวัน
พอหายหนาวก็ไปเดินเล่นชิวๆไม่ได้แบกของอย่างหักหน่วงแบบวันแรกพอเหนื่อยก็แวะพัก
ที่ J Holic
ก่อนกลับเจอสตรอเบอรี่ขายสองกล่อง 8000 วอนก็เลยจัดกันมาพอมานับโอ้โหกล่องละ
สี่สิบลูกตกกล่องละ120บาท ฟินเลยจ้า
พอตอนจะเข้าหอเลยแวะเซ่เว่นซื้อข้าวเย็นของวันนี้ มีกิมจิของหุ้นส่วนเกสท์เฮ้าส์
(เห็นคุณป้าคนไทยที่เราเจอเค้าว่างั้นนะเราเลยว่าไปตามคุณป้า 55555 )ที่เค้าทำไว้อร่อยอ่ะ
ปกติเราไม่กินสรุปหมดจ้าเค้ากินกันมาหลายวันละ
DAY 3
Let's go to Paju english village วันนี้เราจะออกนอกโซลกันคือเป็นหมู่บ้านอังกฤษ
ถ้าใครเป็นแฟนรันนิ่งแมนอาจจะคุ้นเคยนะ ส่วนใหญ่เด็กเกาหลีจะมาเข้าแคมป์ภาษาอังกฤษกัน
เด็กน้อยเต็มไปหมด ส่วนนักท่องเที่ยวมีไม่มาก เราเดินทางกันโดยใช้ Bus ตอนแรกก็งงๆว่า
ขึ้นถูกคันไหม ไม่มีภาษาอังกฤษเลย พออ่านภาษาเกาหลีกันได้บ้างแต่ก็งงอยู่ดีเลยถามคนข้างๆ
สรุปได้ว่าเค้าเป็นคนไต้หวันแล้วก็จะไปที่เดียวกับเราสบายละทีนี้ 555555
คือวันนี้หนาวมากกกกกก เราก็เลยคิดว่ากลับจากพาจูแล้วก็คงไปหาที่หลบหนาวสักชั่วโมง
หรือสองชั่วโมงเลยไปร้าน 85st กัน เห็นน้ำบอกว่าร้านเพื่ออนพี่ยุนเราก็เลยไปหาอะไรร้อนๆดื่ม
ชาเขียวร้อนอร่อยมาก เป็นร้านเล็กๆแบบเล็กมากด้านในมีประมาณ3โต๊ะ แล้วก็มีแบบบาร์ให้นั่ง
ด้านนอกมีหนึ่งโต๊ะ บรรยากาศแบบอบอุ่น พนักงานผูหญิงเป็นกันเองมากมีช่วงนึงเค้าเดินออก
จากร้านไป เรานี่นั่งในร้านกับเพื่อนสองคนแบบงงว่าเค้าไปไหน 555 ร้านนี้จะมีเจ้าหมีตัวโต๊โตด้วย
พอพักหายเหนื่อยหายหนาวกันแล้วเราก็ไปต่อกันที่ฮงแดค่า ที่นี่วิวดี๊ดีแหละเหมาะกับวัยรุ่น
อย่างพวกเราเป็นอย่างมาก เจริญหูเจริญตาสุดๆ แถมยังมีโชว์เปิดหมวกของเด็กวัยเดียวกับพวกเรา
นี่แหละทุกคนทุกกลุ่มเจ๋งมาก ยืนดูกันแบบนานเลย แต่ที่เด็ดอยู่ตรงนี้ได้ไปลิ้มลองซี่โครงหมูชีส
เห้ยยมันดีนะ ค่าเสียหายคนละ 14000 วอน ถือว่าสูงพอสมควร แต่บ้านเราไม่มีอ่ะกินไปเถอะ
มีหลายร้านนะ แต่ร้านที่เรากินชื่อเจมส์ชีส พนังงานดีมากบอกเลย>< 555555
DAY 4
วันนี้เป้นวันที่เราเริ่มเสียเงินอย่างจริงจังเพราเราจะไป SMTOWN COEX Artium กัน
พอซื้อของเสร็จก็ไปต่อที่ mouse & rabbit อากาศหนาว -1 เราเรากินบิงชูกับเลมอนเนดกัน
สนุกสถานเลยทีนี้ 555555
พอออกจากโมบิทเราก็เดินจากโมบิทไป Children's Grand Park กันจริงๆที่ลองเดินไปมั่วๆ
เพราะเห็นว่าสถานีใกล้กันแค่รถไฟคนละสายจริงๆแล้วก็เดินถึงกันได้นะเป็นเนินเขานิดนึง
คือเราเคยไปกันมารอบที่แล้วแบบว่าชอบแต่นั่นมันตอนดึกเลยลองไปเย็นๆดูบ้าง
เด็กๆเยอะสมชื่อสถานที่เลย
พอกลับหอปุ๊บมัหนาวขี้เกียจออกไปหาอะไรกินข้างนอกวันนี้หนาวเลยไปถาม staff
ที่เกสที่เฮาส์ว่ามีเมนูแบบ delivery ไหม สรุปว่ามีจ้าเต็มเลยเลยจัดไก่ทอดเกาหลีมาหนึ่ง
ชุดแบ่งเป็นออริจินอลกับ แบบซอสอย่างละครึ่งค่าเสียายทั้งเซต 17000 วอน
DAY 5
วันสนับสนุนกิจการครอบครัวเราออกจากหอแต่เช้าเพื่อไปร้านโคน่าบีนส์จัดชาเขียว
กับช็อคโกแลตร้อนคนละแก้ว
พอเสร็จแล้วเราก็ไปต่อที่ Grill 5 taco ของสุดที่รักเราเองเราจำได้ว่าพี่ทึกเคยทักคุณสรยุทธ
ว่าไปร้านทงเฮแล้วทำไมไม่ไปร้านเค้าบางเดินห่างกันแค่ 5 นาที เราก็แบบอ่ะเชื่อพี่เค้าไปมั่วมาก
คือออกจากโคน่าบีนส์หันซ้ายแล้วตรงไปอย่างเดียวจนกว่าจะเจอถนนใหญ่คือมันจะเจอสามแยก
ก่อนเราก็เลือกเลี้ยวขวามั่วมากจริง 55555 สรุปโอเคเจอถนนใหญ่สบายใจละพอเจอถนนใหญ่
เราก็ข้ามถนนแล้วเดินเลียบไปทางขวาพอเห็นร้าน Burger King ก็เลี้ยวเข้าซอยนั้นเลยเดินเข้าไป
ไม่ไกลมากร้านอยู่ทางซ้ายมือ 5 นาทีอย่างที่พี่ทึกว่าจริงด้วย ><
เราไปตอกันที่ dongdaemun design plaza (DDP) ตึกรูปแบบเก๋ๆใจกลางทงแดมุน
พอเสร็จแล้วก็ไปเดินตลาดนัมแดมุนเพื่อซื้อของฝากทั้งพวกขนม สาหร่าย ช้อน ตะเกียบ พวงกุญแจ กระเป๋า สารพัดของฝากสามารถซื้อได้ที่นี่เลย ต่อรองราคาได้ด้วย ตอนที่เราไปหิมะตกพอดีหัวขาวเลยทีนี้ 5555
DAY 6
วันนี้เราชอบมากคือเราไปสวนนักซานซึ่งอยู่บนเขาจ้าเดินกันน่องโป่งเลยทีเดียว
แต่คุ้มมากชอบมาก คือเราไม่ได้ขึ้นไปแถวกำแพงสวนนักซานแต่เดินเลียบทางด้านล่างเพื่อไป
ihwa mural village คือดีมากอ่ะ เราแนะนำอันนี้เลยเราชอบสุดคือจะมีภาพวาดภาพผนังบ้าน
ในหมู่บ้าน แล้วก็จะมีแผนที่ว่ามีจุดภาพวาดตรงไหนบ้างให้เราไปถ่ายรูปได้ แล้วทางด้านบนเขา
เป็นกำแพงเมืองเราสามารถเดินเลียบกำแพงชมวิวได้ แล้วยังสามารถเดินต่อไปยังทงแดมุนได้เลย
คือเจ๋งมากเรามาตามหนังสือท่องเที่ยวนะ(ส่วนใหญ่กับตามหนังสือ พันทิป บล็อค ตามปกติ)
แต่เราไม่ได้เดินตามที่หนังสือบอกเราเดินตามทางของเราหลงบ้างอะไรบ้างเลยไปโผล่ที่
ทงแดมุนแบบงงๆด้วยนะ 5555555
แล้วเราก็ไปเดินเที่ยวที่กาโรซูกิลถนนชิคๆของวัยรุ่นเดินชิวจริงๆแต่ก่อนเดินคือหิวข้าวมากเพราะเดินเยอะแล้วก็เป็นเขาด้วยหันไปเห็น school food ร้านแรกเข้าเลยจ้า 55555
DAY 7
วันนี้ย้อนวัยไปสวนสนุกกัน 55555 Let's go to Everland จริงๆแล้วค่าเข้าที่นี่
สำหรับผู้ใหญ่ 46000 วอน แต่เรามีคูปองส่วนลดซึ่งปริ้นท์จากหน้าเว็บทำให้เหลือค่าเข้า
คนละ 37000 วอน เป็นบัตร Day อยู่ได้ทั้งวันเล่นได้ทุกอย่างที่เปิดให้เล่น รวมสวนสัตว์ด้วยนะ
ของเค้าดีจริงๆแต่ฤดูหนาวเครื่องเล่นเจ๋งๆปิดเยอะเลย ได้ดู Rio แบบ 4D ดูการแสดงโปโรโร่ 3D
ชอบตอนก่อนกลับได้เข้าไปดูคอนโฮโลแกรมของบิ๊กแบงเจ๋งมากผมนี่ติ่งเลย เหมือนจริงมาก
พนักงานที่ Everland จัดว่าเด็ด (ทำไมเป็นคนแบบนี้ 5555)
DAY 8
วันเที่ยววันสุดท้ายและวันช็อปและใช้เงินแบบจัดเต็มของเรา อิอิ เริ่มจากนี่เลย
olympic park เป็นสถานที่ที่กว้างขวางใหญ่โตมาก หลงมากเดินวนๆรวมแล้วนี่หลายกิโล
แต่ประทับใจมากตรงที่เข้าไปพิพิธภัณฑ์มีให้ชาวต่างชาติวาดแก้วฟรีจ้าแล้วก็ให้แก้วนั้น
กลับมาเลยมีแก้วใหห้เลือกด้วยนะถ้าเลือกใบเล็กจะได้คนละ 2 ใบ แต่เรากลัวแตก
คือพอเดินเยอะก็เริ่วหิวไงแล้วคุยกันว่าตั้งแต่มายังไม่ได้กินจาจังเลย ก็เลยตรงไป
ฮงแดเพื่อไปกินจาจังราคาไม่แพงมากร้านอยู่แถวๆประดูม.ฮงอิก เราดูมาตามรีวิวนะ
อร่อยสมที่เค้ารีวิวจริงๆอิ่มมากเราสั่งจาจังมยอนหนึ่งจาน กุนมันดู(เกี๊ยวทอด)หนึ่งจาน
และบกกึมบับ(มั้ง)อีกหนึ่งจาน อิ่มมาก
พอเสร็จแล้วก็ไปมยองดงไปละลายทรัพย์กันเพราะยังไม่ได้ซื้ออะไรของตัวเองเลย
ก่อนไปซื้อของก็ไปแวะโบสถ์ที่มยองดงก่อนตามนังสือเค้าบอกว่าสวย หลงอีกแล้วจ้า
แต่ไม่ใช่ปัญหาตามหนังสือแล้วหลงเราจะทำการรีวิวแบบอินดี้ๆให้รับรองไม่หลง ถ้ายืนอยู่
ใจกลางมยองดงมันจะเป็นสี่แยกถ้าไปฤดูหนาวช่วงธันวาเป็นต้นไปจะมีต้นคริสมาสต์ใหญ่ๆ
หรือถ้าฤดูอื่นให้สังเกตตรงมยองดงเธียเตอร์ซึ่งเป็นโรงละครสีขาวๆให้หันหลังให้โรงละคร
แล้วเดินตรงไปซอยข้างหน้าซอยนั้นจะมีร้าน H&M อยู่เดินไปจนร้านขายของเริ่มบางตา
โบสถ์จะอยู่ด้านขวามือจ้า เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปด้านในมาเราเข้าไปนั่งดูมาด้านในสวยมาก
เข้าไนั่งซึมซับความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้นะ แนะนำเลย
แล้วก็เดินซื้อของไปเรื่อยๆแล้วก็แวะไปซ้อซอฟท์ครีมร้านที่เคยไปอร่อยมาก
ราคา 2000 วอน ร้านอยู่ซอยเดียวกับ J Holic เลย หาไม่อยากซอยนั้นไม่ยาวที่เรากินเป็น
ทูโทนรสราสเบอรี่กับกรีนที
ตอนกลับหอก็เลยสั่งไก่มาอีกแล้วจ้าร้อบนี้ 16000 วอนเพราะเป็นแบบซอสทั้งหมด
DAY 9
วันนี้กลับแล้วเลยไม่ได้วางแพลนว่าจะไปไหนก่อนคิดว่าตื่นมากินข้าวเสร็จแล้ว
ก็ออกไปสนามบินเลย เราไปสนามบินโดยใช้ airport bus สาย 6011ขึ้นฝั่งพระราชวังชางด็อก
นั่งยาวไปถึงอินชอนเลย พอไปถึงก็รีบไปหาที่ชั่งน้ำหนักกระเป๋า กลัวน้ำหนักเกิน เสร็จแล้วก็ไป
ทำเรื่อง tax refund แล้วก็เช็คอินเข้าเกท พอไปรับเงินเรียบร้อยก็ไปหาอะไรกินก่อนเลย เรากิน-
ข้าวหน้าเนื้อ แล้วก็กินชาเขียวถั่วแดงของสตาร์บัคที่นี่อร่อยมาก เพราะใส่มันหวานด้วย แล้วก็-
อยากใช้เหรียญให้หมดเลยไปซื้อดังกิ้นโดนัทแบบเป็นซองรูป kakao น่ารักมากอ่ะ 1300 วอนเอง
รสส้มข้างในเป็นไส้ครีม 5555555
Bye Bye KOREA
ปล.รีวิวทริปนี้เสร็จแล้ว จริงๆเรียกว่าเล่าให้ฟังจะดีกว่าเหมือนจะไม่ช่วยให้ข้อมูอะไรเลย แฮ่
อยากให้ลองไปกันดูไม่ต้องกังวลอะไรไปโลดไม่โหดร้ายอย่างที่คิดเราไม่ได้เช่าพ็อคเก็ต wifi
ไม่ได้เปิดโรมมิ่งไปเรายังเที่ยวรอดเลย มีทริคคือก่อนออกเที่ยวก็แคปสายรถไฟต่างๆไว้
แนะนำแอพ subway korea เลยเราดูที่จะไปคร่าวๆแล้วแคปไว้ อีกข้อสถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ๆ
มี wifi นะ ลองเสิร์ชๆ wifi ดูก่อน ถ้ามยองดงจะเป็นชื่อว่า iptime ใช้ได้เลยไม่ล็อคส่วนที่สนามบิน
ไม่ต้องห่วงเลย wifi แรงที่เสียบปลั๊กพร้อมอ๋ออย่าลืมตัวแปลงปลั๊กด้วยซื้อเอาไม่แพงมาก ถ้าไม่ได้
ซื้อไปจากไทยไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อที่เกาหลีก็ได้จ้า แต่เตรียมไปดีที่สุด 55555