วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หนีหนาวมาพึงหนาวกว่าที่เกาหลี9วัน แบบมึนๆสไตล์ งบไม่ต้องมากมาย

               โดยปกติแล้วเราเรียนที่เชียงรายซึ่งหนาวพอตัวแต่เรากำลังจะไปที่ที่หนวากว่า 55555  ทริปนี้เริ่มจากรูมเมทเราบอกว่ามีเพื่อนขายตั๋วเครื่องบินไปกลับเกาหลี2ที่นั่ง 
      สายการบิน Thai AirAsia X บินตรง ดอนเมือง-อินชอน วันที่ 14-22 ม.ค. 2015 (ปิดเทอม)
      ราคา15,000บาท เลยให้รูมเมทถามรายละเอียดจากเพื่อน สรุปได้ว่าราคานี้รวมค่าน้ำหนัก
      สำภาระโหลดใต้เครื่องทั้งไปละกลับขาละ 20 กิโลกรัม พร้อมเลือกที่นั่งไว้เรียบร้อย
      แต่เราต้องเสียค่าเปลี่ยนชื่อคนละ 2,000 บาท ซึ่งตอนนั้น เราเคยคิดว่าตอนเรียนจบจะไป
      เกาหลีสักสิบวันอยู่แล้ว พอเห็นราคาแล้วแบบดีใจก็เลยเริ่มหาเพื่อนร่วมทริปมันเดี๋ยวนั้นเลย
      คือโทรหาทั้งน้ำและจิ๊บผู้เคยร่วมผจญภัยในทริปครั้งก่อน และเราก็ได้น้ำมาเป็นเพื่อนร่วมทริป
      ก็เลยทำการจองกับเพื่อนไปเลยตอนนั้นคือตัดสินใจเองโดยไม่ได้บอกแม่ แต่เราบอกตอนสอบ-
      เสร็จนะ 55555 สรุปราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับสำหรับทริปนี้ คนละ 9,500 บาทถ้วน ซึ่งถือว่าถูกมาก
         
                 ต่อมาเรากับเพื่อนร่วมทริปปก็มาหาที่พักคือเลือกไว้หลายที่มากสุดท้าย
      มาลงเอยที่ Beewon  Guesthouse เพราะว่าเราต้องจอง 8 คืน เลยหาที่ที่ถูกและเซฟเงินมากที่สุด
      ห้องที่จองเป็นแบบหอ(Dormitory) คือเป็นห้องน้ำรวมซึ่งสำหรับเด็กที่เคยอยู่หอในอย่าง
      พวกเราอยู่ได้สบาย ตอนแรกที่จองคือนึกว่าต้องนอนห้องละ 4 คน เลยกังวลเรื่องของนิดหน่อย
      แต่พอไปถึงเราได้อยู่ห้องแบบ2คน คือเรากับเพื่อนเป็นห้องเล็กเตียงสองชั้นมี wifi ในห้อง
      เป็นของตัวเอง มีทีวี ไดร์เป่าผม คือมีครบทุกอย่างจริงๆ 55+ สรุปปราคาที่พักต่อคนราคา 4080 บาท ตกคนละ 510 บาทต่อคืน
     



DAY 1
                    
                      เราออกจากสนามบินดอนเมืองเวลา 08:05 flight XJ700 


                 ถึงสนามบินอินชอนประมาณ 15:00 ซึ่งถึงก่อนกำหนดตามตารางบิน
      (เวลาที่เกาหลีเร็วกว่าที่ไทยสองชั่วโมงจ้า)

                 พอถึงอินชอนปุ๊บสำหรับคนที่ไปครั้งแรกไม่ต้องกังวลคือสนามบินบ้านเค้าใหญ่-
      มากคุณแค่เดินตามเขาไปค่ะ 55555555 จนกว่าจะถึงช่องตม.ให้ดูช่องสำหรับคนต่างชาตินะ
      เดินไปต่อแถวตรงนั้นแหละค่ะ สำหรับเรื่องตม.ก็ไม่มีอะไรมากไม่เคยคุยกันเลยคือตรวจกับประตับตราตามปกติตอน สแกนนิ้วมีภาษาไทยบอกสบายๆค่า
                     
                 ต่อมามารับกระเป๋าเสร็จแล้วเราก็ต้องไปเติมบัตร T-Money กันที่ร้าน GS25สำหรับ-
      คนที่ยังไม่มีซื้อที่ร้านเลยก็ได้ค่ะ เราไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงหน้าร้านเลยไหมราคาประมาณ 3,000 วอน(ราวๆ90บาทไทย)
      ถามพนังงานได้ค่ะเสร็จแล้วก็เติเงินได้เลย ยื่นเงินตามจำนวนที่เราต้องการเติมได้เลยค่ะเพื่อ-
      ความสะดวก ของเราเติม 50,000 วอน บัตร T-Money ใช้จ่ายค่า subway, bus, airport bus,
      หรือใช้จ่ายแทนเงินสดตามร้านที่มีสัญลักษณ์ T-Money ได้เลยค่ะ ร้าน GS25 ที่เราเติมคือที่-
      สนามบินอินชอนออกจากเกทมาแล้วเลี้ยวขวามองหาร้านนี้โลด ไม่น่ใจว่าร้านสะดวกซื้อร้านอื่นเติมได้ไหมยังไม่เคยลอง แต่คิดว่าร้านที่มีสัญลักษณ์น่าจะได้ 555555


อันนี้บัตร T-Moneyของเรา คือสังเกตสัญลักษณ์มุมซ้ายล่างนะ
เพราะบัตรลายไม่เหมือนกันแถมยังมีหลายรูปแบบด้วย 5555



                 ต่อไปเราจะไปที่พักกัน เฮ้ คือเราเดินทางโดย subway ธรรมดานะ ไม่ใช่แบบเร็ว
      ใช้เวลาไปโซลประมาณชั่วโมงกว่าๆไปลงที่สถานี Seoul station ซึ่งเป็นศูนย์กลางสามารถ
      เปลี่ยนไปยัง subway สายต่างๆได้เดี๋ยวเราจะมาดูแผนผัง subway ในโซลกันซับซ้อนหน่อย
      เห็นแล้วอย่าเพิ่งตกใจนะขอเพียงมีสติ 55555 ตามหนังสือท่องเที่ยวหรือว่าคนที่รีวิวสถานที่
      ต่างๆเขาจะบอกอยู่แล้วว่าสถานที่นี้ใช้สายไหนลงสถานีไหนทางออกอะไร เราจะไม่รีวิวตรงนี้
      เพราะว่ามันจะไปซ้ำกับคนอื่นเขาเราแนะนำที่รีวิวในพันทิปนะคือช่วยได้เยอะมากจริงๆ
      เราก็ดูในนั้นกับในหนังสือของเพื่อนคือมันก็มีหลงบ้างแต่ไม่ได้หลงแบบยิ่งใหญ่มันแค่แบบขำๆ
      คือเราจะรีวิวแบบอินดี้ๆอ่ะนะเพราะมีคนถามว่าเฮ้ยทำไมไปแต่ที่แปลกๆไม่เหมือนคนอื่น
      อะไรแบบนี้ 555555



                 Beewon guesthouse อยู่ในแถบที่ใกล้พวกพระราชวังมาก เราเพิ่งมารู้ที่หลังว่าสามารถ
      เดินไปเที่ยวได้หลายที่ แต่ที่พวกนั้นเราขึ้น subway ตลอดเลย แต่ดีตรงที่ว่าสถานีใกล้ๆกันจะ
      ไม่เสียเงินมันดีตรงนี้ 555555 คือสามารถเดินทางได้หลายวิธใกล้ subway สถานี Anguk exit 3 
      และ Jongno3(Sam)-ga exit 7 (ประมาณ 3500 วอน หรือว่าจะขึ้น Airport bus 6011 จากสนามบิน 
      มาลงที่ป้าย Changdeok Palace (10,000 วอน) ขาไปเราใช้ subway ส่วนขากลับของเยอะเลย
      ไปด้วย  Airport bus


                 รูปห้องเราไม่ได้ถ่ายไว้เลยอันนี้จากของเพื่อนผู้ร่วมทริป อิอิ





 พอเก็บของที่พักเรียบร้อยแล้วเราก็ไปมยองดงยาวเลยไปซื้อของมาแบบจัดเต็มตามออเดอร์
      ที่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆสั่งเลยไม่มีเวลาถ่ายรูป เลยมีรูปอาหารมื้อมาฝากคือต๊อกจากร้านป้าที่ใต้ดิน
      มยองดงตรงใกล้ๆทางออกสองรอบที่แล้วไปเดินกลับหอผ่านทุกวันกลิ่นห๊อมหอมตอนนี้ได้
      อุดหนุนป้าแล้วค่าเสียหายมือนี้ 5000 วอนมั้งจำไม่ได้นานแล้ว 555555



DAY 2
                     วันนี้เที่ยวใกล้ๆหอสบายๆต่อด้วยมยองดง ไปมันทุกวันมยองดงนี่พอดีเวลามันเหลือ
      55555 เริ่มจากใกล้สุดเลยคือ Changdeok Palace เดินไปสามนาทีก็ถึงแล้วค่า แต่คือมันเสีย-
      ค่าเข้าชม  เราจะไม่เข้าแค่มองห่างๆอย่างห่วงๆทริปนี้คือทริปประหยัดค่าเข้าชมเก็บบรรยากาศ
      รอบนอกก็โอเคแล้ว 555555



       
                 ต่อไปก็เดินเลียบชางด็อกกุงไปเรื่อยๆคือถ้าหันหน้าเข้าชางด็อกกุงแล้วเดินเลียบไปทางซ้าย
      เพื่อไป Bukchon hanok village คือเดินไปจนเจอสี่แยกแล้วขวามือเป็น dunkin donuts
      มองไปข้างหน้าจะเห็นร้านไอติม baskin robbins เล็กๆคือเดินเลียบ baskin robbins ไปเรื่อยๆ
      ถ้ากลัวผิดลองมองด้านหน้ามันจะเห็นทางแบบเนินเขาหน่อยทางเข้าหมู่บ้านจะอยู่ซ้ายมือ-
      ของเรามีป้ายบอกตลอดทางเลย อย่าหลงเหมือนเรานะ <3


Bukchon hanok village 

















       
                 พอเดินชมหมู่บ้านเสร็จเราก็ไปต่อกันที่อินซาดง คือส่วนใหญ่ย่านนี้จะออกแนวศิลปะหน่อยๆโดยรวมโอเคเลยล่ะ












   
        พอดีแถวๆนี้มีวัดเราเห็นว่าเพิ่งผ่านปีใหม่มาไม่นานแวะวัดกันซะหน่อยวัดนี้ชื่อว่า วัดโชเกซา










                 ไปวัดแล้วแล้วก็ไปต่อกันนี้อนุสาวรีย์พระเจ้าเซจง-อนุสาวรีย์แม่ทัพลีซุนซิน
      Gwanghwamun ,Gyeongbokgung palace และคลองชองกเยชอน














       

















                 และสุดท้ายของวันนี้มยองดงที่เดิมค่า 5555 แวะมาหลบหนาวที่ Mom house หลังจาก
      เดินกันมาทั้งวัน











            















                 พอหายหนาวก็ไปเดินเล่นชิวๆไม่ได้แบกของอย่างหักหน่วงแบบวันแรกพอเหนื่อยก็แวะพัก
      ที่ J Holic


           

             ก่อนกลับเจอสตรอเบอรี่ขายสองกล่อง 8000 วอนก็เลยจัดกันมาพอมานับโอ้โหกล่องละ
      สี่สิบลูกตกกล่องละ120บาท ฟินเลยจ้า






                 พอตอนจะเข้าหอเลยแวะเซ่เว่นซื้อข้าวเย็นของวันนี้ มีกิมจิของหุ้นส่วนเกสท์เฮ้าส์
      (เห็นคุณป้าคนไทยที่เราเจอเค้าว่างั้นนะเราเลยว่าไปตามคุณป้า 55555 )ที่เค้าทำไว้อร่อยอ่ะ
      ปกติเราไม่กินสรุปหมดจ้าเค้ากินกันมาหลายวันละ







DAY 3
                  Let's go to Paju english village วันนี้เราจะออกนอกโซลกันคือเป็นหมู่บ้านอังกฤษ
      ถ้าใครเป็นแฟนรันนิ่งแมนอาจจะคุ้นเคยนะ ส่วนใหญ่เด็กเกาหลีจะมาเข้าแคมป์ภาษาอังกฤษกัน
      เด็กน้อยเต็มไปหมด ส่วนนักท่องเที่ยวมีไม่มาก เราเดินทางกันโดยใช้ Bus ตอนแรกก็งงๆว่า
      ขึ้นถูกคันไหม ไม่มีภาษาอังกฤษเลย พออ่านภาษาเกาหลีกันได้บ้างแต่ก็งงอยู่ดีเลยถามคนข้างๆ
      สรุปได้ว่าเค้าเป็นคนไต้หวันแล้วก็จะไปที่เดียวกับเราสบายละทีนี้ 555555














                 คือวันนี้หนาวมากกกกกก เราก็เลยคิดว่ากลับจากพาจูแล้วก็คงไปหาที่หลบหนาวสักชั่วโมง
      หรือสองชั่วโมงเลยไปร้าน 85st กัน เห็นน้ำบอกว่าร้านเพื่ออนพี่ยุนเราก็เลยไปหาอะไรร้อนๆดื่ม
      ชาเขียวร้อนอร่อยมาก เป็นร้านเล็กๆแบบเล็กมากด้านในมีประมาณ3โต๊ะ แล้วก็มีแบบบาร์ให้นั่ง
      ด้านนอกมีหนึ่งโต๊ะ บรรยากาศแบบอบอุ่น พนักงานผูหญิงเป็นกันเองมากมีช่วงนึงเค้าเดินออก
      จากร้านไป เรานี่นั่งในร้านกับเพื่อนสองคนแบบงงว่าเค้าไปไหน 555 ร้านนี้จะมีเจ้าหมีตัวโต๊โตด้วย







                 















                  

                 พอพักหายเหนื่อยหายหนาวกันแล้วเราก็ไปต่อกันที่ฮงแดค่า ที่นี่วิวดี๊ดีแหละเหมาะกับวัยรุ่น
      อย่างพวกเราเป็นอย่างมาก เจริญหูเจริญตาสุดๆ แถมยังมีโชว์เปิดหมวกของเด็กวัยเดียวกับพวกเรา
      นี่แหละทุกคนทุกกลุ่มเจ๋งมาก ยืนดูกันแบบนานเลย แต่ที่เด็ดอยู่ตรงนี้ได้ไปลิ้มลองซี่โครงหมูชีส
      เห้ยยมันดีนะ ค่าเสียหายคนละ 14000 วอน ถือว่าสูงพอสมควร แต่บ้านเราไม่มีอ่ะกินไปเถอะ
      มีหลายร้านนะ แต่ร้านที่เรากินชื่อเจมส์ชีส พนังงานดีมากบอกเลย>< 555555








DAY 4
                    วันนี้เป้นวันที่เราเริ่มเสียเงินอย่างจริงจังเพราเราจะไป SMTOWN  COEX Artium กัน

















            
















                 พอซื้อของเสร็จก็ไปต่อที่ mouse & rabbit อากาศหนาว -1 เราเรากินบิงชูกับเลมอนเนดกัน
      สนุกสถานเลยทีนี้ 555555








                 
















                 พอออกจากโมบิทเราก็เดินจากโมบิทไป Children's Grand Park กันจริงๆที่ลองเดินไปมั่วๆ
      เพราะเห็นว่าสถานีใกล้กันแค่รถไฟคนละสายจริงๆแล้วก็เดินถึงกันได้นะเป็นเนินเขานิดนึง
      คือเราเคยไปกันมารอบที่แล้วแบบว่าชอบแต่นั่นมันตอนดึกเลยลองไปเย็นๆดูบ้าง
      เด็กๆเยอะสมชื่อสถานที่เลย














     
                   พอกลับหอปุ๊บมัหนาวขี้เกียจออกไปหาอะไรกินข้างนอกวันนี้หนาวเลยไปถาม staff
      ที่เกสที่เฮาส์ว่ามีเมนูแบบ delivery ไหม สรุปว่ามีจ้าเต็มเลยเลยจัดไก่ทอดเกาหลีมาหนึ่ง
      ชุดแบ่งเป็นออริจินอลกับ แบบซอสอย่างละครึ่งค่าเสียายทั้งเซต 17000 วอน






DAY 5
                    วันสนับสนุนกิจการครอบครัวเราออกจากหอแต่เช้าเพื่อไปร้านโคน่าบีนส์จัดชาเขียว
      กับช็อคโกแลตร้อนคนละแก้ว










         
                 พอเสร็จแล้วเราก็ไปต่อที่ Grill 5 taco ของสุดที่รักเราเองเราจำได้ว่าพี่ทึกเคยทักคุณสรยุทธ
      ว่าไปร้านทงเฮแล้วทำไมไม่ไปร้านเค้าบางเดินห่างกันแค่ 5 นาที เราก็แบบอ่ะเชื่อพี่เค้าไปมั่วมาก
      คือออกจากโคน่าบีนส์หันซ้ายแล้วตรงไปอย่างเดียวจนกว่าจะเจอถนนใหญ่คือมันจะเจอสามแยก
      ก่อนเราก็เลือกเลี้ยวขวามั่วมากจริง 55555 สรุปโอเคเจอถนนใหญ่สบายใจละพอเจอถนนใหญ่
      เราก็ข้ามถนนแล้วเดินเลียบไปทางขวาพอเห็นร้าน Burger King ก็เลี้ยวเข้าซอยนั้นเลยเดินเข้าไป
      ไม่ไกลมากร้านอยู่ทางซ้ายมือ 5 นาทีอย่างที่พี่ทึกว่าจริงด้วย ><







           เราไปตอกันที่ dongdaemun design plaza (DDP) ตึกรูปแบบเก๋ๆใจกลางทงแดมุน










         
           พอเสร็จแล้วก็ไปเดินตลาดนัมแดมุนเพื่อซื้อของฝากทั้งพวกขนม สาหร่าย ช้อน ตะเกียบ พวงกุญแจ กระเป๋า สารพัดของฝากสามารถซื้อได้ที่นี่เลย ต่อรองราคาได้ด้วย ตอนที่เราไปหิมะตกพอดีหัวขาวเลยทีนี้ 5555




DAY 6
                    วันนี้เราชอบมากคือเราไปสวนนักซานซึ่งอยู่บนเขาจ้าเดินกันน่องโป่งเลยทีเดียว
      แต่คุ้มมากชอบมาก คือเราไม่ได้ขึ้นไปแถวกำแพงสวนนักซานแต่เดินเลียบทางด้านล่างเพื่อไป
      ihwa mural village คือดีมากอ่ะ เราแนะนำอันนี้เลยเราชอบสุดคือจะมีภาพวาดภาพผนังบ้าน
      ในหมู่บ้าน แล้วก็จะมีแผนที่ว่ามีจุดภาพวาดตรงไหนบ้างให้เราไปถ่ายรูปได้ แล้วทางด้านบนเขา
      เป็นกำแพงเมืองเราสามารถเดินเลียบกำแพงชมวิวได้ แล้วยังสามารถเดินต่อไปยังทงแดมุนได้เลย
      คือเจ๋งมากเรามาตามหนังสือท่องเที่ยวนะ(ส่วนใหญ่กับตามหนังสือ พันทิป บล็อค ตามปกติ)
      แต่เราไม่ได้เดินตามที่หนังสือบอกเราเดินตามทางของเราหลงบ้างอะไรบ้างเลยไปโผล่ที่
      ทงแดมุนแบบงงๆด้วยนะ 5555555









































      
           แล้วเราก็ไปเดินเที่ยวที่กาโรซูกิลถนนชิคๆของวัยรุ่นเดินชิวจริงๆแต่ก่อนเดินคือหิวข้าวมากเพราะเดินเยอะแล้วก็เป็นเขาด้วยหันไปเห็น school food ร้านแรกเข้าเลยจ้า 55555




DAY 7
                    วันนี้ย้อนวัยไปสวนสนุกกัน 55555 Let's go to Everland จริงๆแล้วค่าเข้าที่นี่
      สำหรับผู้ใหญ่ 46000 วอน แต่เรามีคูปองส่วนลดซึ่งปริ้นท์จากหน้าเว็บทำให้เหลือค่าเข้า
      คนละ 37000 วอน เป็นบัตร Day อยู่ได้ทั้งวันเล่นได้ทุกอย่างที่เปิดให้เล่น รวมสวนสัตว์ด้วยนะ
      ของเค้าดีจริงๆแต่ฤดูหนาวเครื่องเล่นเจ๋งๆปิดเยอะเลย ได้ดู Rio แบบ 4D ดูการแสดงโปโรโร่ 3D
      ชอบตอนก่อนกลับได้เข้าไปดูคอนโฮโลแกรมของบิ๊กแบงเจ๋งมากผมนี่ติ่งเลย เหมือนจริงมาก
      พนักงานที่ Everland จัดว่าเด็ด (ทำไมเป็นคนแบบนี้ 5555) 















DAY 8 
                    วันเที่ยววันสุดท้ายและวันช็อปและใช้เงินแบบจัดเต็มของเรา อิอิ เริ่มจากนี่เลย
      olympic park เป็นสถานที่ที่กว้างขวางใหญ่โตมาก หลงมากเดินวนๆรวมแล้วนี่หลายกิโล
      แต่ประทับใจมากตรงที่เข้าไปพิพิธภัณฑ์มีให้ชาวต่างชาติวาดแก้วฟรีจ้าแล้วก็ให้แก้วนั้น
      กลับมาเลยมีแก้วใหห้เลือกด้วยนะถ้าเลือกใบเล็กจะได้คนละ 2 ใบ แต่เรากลัวแตก













              คือพอเดินเยอะก็เริ่วหิวไงแล้วคุยกันว่าตั้งแต่มายังไม่ได้กินจาจังเลย ก็เลยตรงไป
      ฮงแดเพื่อไปกินจาจังราคาไม่แพงมากร้านอยู่แถวๆประดูม.ฮงอิก เราดูมาตามรีวิวนะ
      อร่อยสมที่เค้ารีวิวจริงๆอิ่มมากเราสั่งจาจังมยอนหนึ่งจาน กุนมันดู(เกี๊ยวทอด)หนึ่งจาน
      และบกกึมบับ(มั้ง)อีกหนึ่งจาน อิ่มมาก





             พอเสร็จแล้วก็ไปมยองดงไปละลายทรัพย์กันเพราะยังไม่ได้ซื้ออะไรของตัวเองเลย
      ก่อนไปซื้อของก็ไปแวะโบสถ์ที่มยองดงก่อนตามนังสือเค้าบอกว่าสวย หลงอีกแล้วจ้า
      แต่ไม่ใช่ปัญหาตามหนังสือแล้วหลงเราจะทำการรีวิวแบบอินดี้ๆให้รับรองไม่หลง ถ้ายืนอยู่
      ใจกลางมยองดงมันจะเป็นสี่แยกถ้าไปฤดูหนาวช่วงธันวาเป็นต้นไปจะมีต้นคริสมาสต์ใหญ่ๆ
      หรือถ้าฤดูอื่นให้สังเกตตรงมยองดงเธียเตอร์ซึ่งเป็นโรงละครสีขาวๆให้หันหลังให้โรงละคร
      แล้วเดินตรงไปซอยข้างหน้าซอยนั้นจะมีร้าน H&M อยู่เดินไปจนร้านขายของเริ่มบางตา
      โบสถ์จะอยู่ด้านขวามือจ้า เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปด้านในมาเราเข้าไปนั่งดูมาด้านในสวยมาก
      เข้าไนั่งซึมซับความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้นะ แนะนำเลย





                   แล้วก็เดินซื้อของไปเรื่อยๆแล้วก็แวะไปซ้อซอฟท์ครีมร้านที่เคยไปอร่อยมาก
      ราคา 2000 วอน ร้านอยู่ซอยเดียวกับ J Holic เลย หาไม่อยากซอยนั้นไม่ยาวที่เรากินเป็น
      ทูโทนรสราสเบอรี่กับกรีนที





           ตอนกลับหอก็เลยสั่งไก่มาอีกแล้วจ้าร้อบนี้ 16000 วอนเพราะเป็นแบบซอสทั้งหมด




DAY 9
                    วันนี้กลับแล้วเลยไม่ได้วางแพลนว่าจะไปไหนก่อนคิดว่าตื่นมากินข้าวเสร็จแล้ว
      ก็ออกไปสนามบินเลย เราไปสนามบินโดยใช้ airport bus สาย 6011ขึ้นฝั่งพระราชวังชางด็อก
      นั่งยาวไปถึงอินชอนเลย พอไปถึงก็รีบไปหาที่ชั่งน้ำหนักกระเป๋า กลัวน้ำหนักเกิน เสร็จแล้วก็ไป
      ทำเรื่อง tax refund แล้วก็เช็คอินเข้าเกท พอไปรับเงินเรียบร้อยก็ไปหาอะไรกินก่อนเลย เรากิน-
      ข้าวหน้าเนื้อ แล้วก็กินชาเขียวถั่วแดงของสตาร์บัคที่นี่อร่อยมาก เพราะใส่มันหวานด้วย แล้วก็-
      อยากใช้เหรียญให้หมดเลยไปซื้อดังกิ้นโดนัทแบบเป็นซองรูป kakao น่ารักมากอ่ะ 1300 วอนเอง
      รสส้มข้างในเป็นไส้ครีม 5555555








Bye Bye KOREA





               ปล.รีวิวทริปนี้เสร็จแล้ว จริงๆเรียกว่าเล่าให้ฟังจะดีกว่าเหมือนจะไม่ช่วยให้ข้อมูอะไรเลย แฮ่
      อยากให้ลองไปกันดูไม่ต้องกังวลอะไรไปโลดไม่โหดร้ายอย่างที่คิดเราไม่ได้เช่าพ็อคเก็ต wifi
      ไม่ได้เปิดโรมมิ่งไปเรายังเที่ยวรอดเลย มีทริคคือก่อนออกเที่ยวก็แคปสายรถไฟต่างๆไว้
      แนะนำแอพ subway korea เลยเราดูที่จะไปคร่าวๆแล้วแคปไว้ อีกข้อสถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ๆ
      มี wifi นะ ลองเสิร์ชๆ wifi ดูก่อน ถ้ามยองดงจะเป็นชื่อว่า iptime ใช้ได้เลยไม่ล็อคส่วนที่สนามบิน
      ไม่ต้องห่วงเลย wifi แรงที่เสียบปลั๊กพร้อมอ๋ออย่าลืมตัวแปลงปลั๊กด้วยซื้อเอาไม่แพงมาก ถ้าไม่ได้
      ซื้อไปจากไทยไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อที่เกาหลีก็ได้จ้า แต่เตรียมไปดีที่สุด 55555